ถ้วยฟตบอล ลีกยูโรป้า

ถ้วยฟุตบอล ลีก ยูโรป้า คอนเฟเรนซ์ รายการใหม่จากยูฟ่า

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แฟนฟุตบอลหลายๆคน คงจะได้ยินเรื่องราวของซุปเปอร์ลีก ที่เป็นข่าวโด่งดังอย่างมากในโลกฟุตบอล โดยซุปเปอร์ลีกนั้น เป็นการรวมตัวของเหล่าสโมสรชั้นนำทั่วยุโรป ที่จะแยกตัวออกจากยูฟ่า มาแข่งขันลีกของตัวเอง แต่ในที่สุดก็ไม่ได้เกิดขึ้น โดยมีเหตุผลว่า ซุปเปอร์ลีก จะปิดโอกาสการเติบโต ของสโมสรเล็กๆ ดังนั้นทางยูฟ่าจึงได้ ร่วมมือกับสมาชิกหลากหลายสโมสรในทวีปยุโรป เพื่อให้ทีมเล็กๆ หรือสโมสรจากชาติเล็กๆ มีส่วนร่วมในฟุตบอลยุโรปมากขึ้น ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจะได้พบกับ ยูโรป้า คอนเฟเรนซ์ ลีก ถ้วยฟุตบอล รายการใหม่จากยูฟ่า

ถ้วยฟุตบอล

ยูโรป้า คอนเฟเรนซ์ ลีก คืออะไร 

ยูโรป้า คอนเฟเรนซ์ ลีก คือรายการแข่งขันฟุตบอลระดับทวีปยุโรปรายการใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2021-2022 ที่ทางยูฟ่า จัดสร้างขึ้นมาและดำเนินการแข่งขัน ควบคู่กับฟุตบอลถ้วยใหญ่อย่าง ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก และยูฟ่า ยูโรป้าลีก โดยจะมีทั้งรอบคัดเลือก เพื่อหาทีมที่จะเข้าไปทำการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม รวมไปถึงรอบน็อคเอ้า ในระบบเหย้า – เยือน โดยจะมีการแข่งขันกันในวันพฤหัสบดี ตรงกับการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก และจะเริ่มแข่งขันกันในรอบแบ่งกลุ่มช่วงกลางเดือนกันยายน  – ต้นเดือนธันวาคม ส่วนรอบน็อคเอ้านั้นจะเริ่มการแข่งขันในช่วง กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

กติกาของ ถ้วยฟุตบอล ยูโรป้า คอนเฟเรนซ์ ลีก

กติกานั้นมีความคล้ายคลึงกับ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก และยูฟ่า ยูโรป้าลีก แต่จะมีการแข่งขันที่มากกว่า ซึ่งแต่ละประเทศในยุโรปนั้น ก็จะมีโควตาในการเล่นฟุตบอลถ้วยรายการนี้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับค่าสัมประสิทธิ์ยูฟ่าของแต่ละประเทศ โดยจะมีการแข่งขันรอบคัดเลือก ถึง 3 รอบ รวมถึงรอบ เพลย์ออฟ เพื่อหาทีมที่จะเข้าไปแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม และรอบน็อคเอ้า ซึ่งถ้าหากว่าทีมใดคว้า ถ้วยฟุตบอล รายการยูโรป้า คอนเฟเรนซ์ ลีก ทีมนั้นก็จะคว้าตั๋วไปเล่น ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ในฤดูกาลถัดไปนั่นเอง ซึ่งกติกาการแข่งขัน ยูโรป้า คอนเฟเรนซ์ ลีก แต่ละรอบ มีดังนี้

    1. รอบคัดเลือกรอบแรก 

จะมีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันรอบนี้จำนวน 72 ทีม ได้แก่

  •   ทีมแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศ จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 30 – 55 ของสมาคม จำนวน 26 ทีม 
  • ทีมรองแชมป์ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 30 – 55 ของสมาคม จำนวน 25 ทีม (ยกเว้นประเทศลิกเตนสไตน์ เนื่องจากไม่มีลีกฟุตบอลในประเทศ)
  • ทีมที่ได้ลำดับที่ 3 ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 29 – 50 ของสมาคม จำนวน 21 ทีม (ยกเว้นประเทศลิกเตนสไตน์ เนื่องจากไม่มีลีกฟุตบอลในประเทศ)

    2. รอบคัดเลือกรอบสอง 

จะมีทีมที่เข้าร่วมร่วมแข่งขันรอบนี้จำนวน 110 ทีม ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 สายหลักๆ ได้แก่

  • สายชนะเลิศ 

คือ ทีมที่ตกรอบจากการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก รอบคัดเลือก จำนวน 20 ทีม

  • สายไม่ชนะเลิศ 

จะมีทีมที่เข้าร่วมสายนี้ จำนวน 90 ทีม ได้แก่

    • ทีมที่ชนะรอบคัดเลือกรอบแรก จำนวน 36 ทีม
    • ทีมแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศ จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 16 – 29 ของสมาคม จำนวน 14 ทีม
    • ทีมรองแชมป์ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 16 – 29 ของสมาคม จำนวน 14 ทีม
    • ทีมที่ได้ลำดับที่ 3 ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 13 – 28 ของสมาคม จำนวน 16 ทีม
    • ทีมที่ได้ลำดับที่ 4 ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 7 – 15 ของสมาคม จำนวน 9 ทีม
    • ทีมที่ได้ลำดับที่ 5 ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 6 ของสมาคม จำนวน 1 ทีม

    3. รอบคัดเลือกรอบสาม 

จะมีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันรอบนี้จำนวน 62 ทีม ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 สายหลักๆ ได้แก่

  • สายชนะเลิศ 

คือ ทีมที่สามารถชนะเลิศในการแข่งขัน รอบคัดเลือกรอบสอง สายชนะเลิศ จำนวน 10 ทีม

  • สายไม่ชนะเลิศ 

จะมีทีมที่เข้าร่วมสายนี้ จำนวน 52 ทีม ได้แก่

    • ทีมที่สามารถชนะเลิศในการแข่งขัน รอบคัดเลือกรอบสอง สายไม่ชนะเลิศ จำนวน 45 ทีม
    • ทีมที่ได้ลำดับที่ 3 ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 7-12 ของสมาคม จำนวน 6 ทีม
    • ทีมที่ได้ลำดับที่ 4 ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 6 ของสมาคม จำนวน 1 ทีม

    4. รอบเพลย์ออฟ 

จะมีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันรอบนี้จำนวน 44 ทีม ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 สายหลักๆ ได้แก่

  • สายชนะเลิศ 

จะมีทีมที่เข้าร่วมสายนี้ จำนวน 10 ทีม ได้แก่

    • ทีมที่สามารถชนะเลิศในการแข่งขัน รอบคัดเลือกรอบสาม สายชนะเลิศ จำนวน 5 ทีม
    • ทีมที่ตกรอบจากการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือกรอบที่ 3 สายชนะเลิศ จำนวน 5 ทีม
  • สายไม่ชนะเลิศ 

จะมีทีมที่เข้าร่วมสายนี้ จำนวน 34 ทีม ได้แก่

    • ทีมที่สามารถชนะเลิศในการแข่งขัน รอบคัดเลือกรอบสาม สายไม่ชนะเลิศ จำนวน 26 ทีม
    • ทีมที่ตกรอบจากการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือกรอบที่ 3 สายชนะเลิศ จำนวน 3 ทีม
    • ทีมที่ได้ลำดับที่ 5 ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 5 ของสมาคม จำนวน 1 ทีม
    • ทีมที่ได้ลำดับที่ 6 ฟุตบอลลีก จากประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่อันดับที่ 1-4 ของสมาคม จำนวน 4 ทีม (ยกเว้นลีกอังกฤษ ที่ให้สิทธิ์แชมป์ลีกคัพ)

ถ้วยฟุตบอล ยูโรป้า

    5. รอบแบ่งกลุ่ม 

จะมีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันรอบนี้จำนวน 32 ทีม โดยจะแบ่งเป็นกลุ่ม 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งแบบพบกันหมด โดยทั้ง 32 ทีมนั้น มาจาก

  • ทีมที่สามารถชนะเลิศในการแข่งขัน รอบเพลย์ออฟ สายชนะเลิศ จำนวน 5 ทีม
  • ทีมที่สามารถชนะเลิศในการแข่งขัน รอบเพลย์ออฟ สายไม่ชนะเลิศ จำนวน 17 ทีม
  • ทีมที่ตกรอบจากการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก รอบเพลย์ออฟ จำนวน 10 ทีม

    6. รอบน็อคเอ้ารอบแรก 

จะมีทีมเข้าแข่งขันจำนวน 16 ทีม ได้แก่

  • ทีมรองแชมป์กลุ่มทั้ง 8 กลุ่ม จากรอบแบ่งกลุ่ม จำนวน 8 ทีม
  • ทีมลำดับที่ 3 จากการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ทั้ง 8 กลุ่ม จำนวน 8 ทีม

    7. รอบ 16 ทีมสุดท้าย 

ผู้ชนะรอบนี้จะได้เข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งทั้ง 16 ทีมที่จะแข่งขันในรอบนี้นั้น มาจาก

  • ทีมที่ชนะเลิศ รอบน็อคเอ้ารอบแรก จำนวน 8 ทีม
  • ทีมแชมป์กลุ่มทั้ง 8 กลุ่ม จากรอบแบ่งกลุ่ม จำนวน 8 ทีม

ถ้วยฟุตบอล ยูโรป้า

และนี่คือที่มาที่ไป รวมถึงกติกาการแข่งขัน ยูโรป้า คอนเฟเรนซ์ ลีก ถ้วยฟุตบอล รายการใหม่จากยูฟ่า ที่หลายๆฝ่ายมองแล้วว่า จะช่วยเปิดโอกาสให้กับทีมเล็กๆ รวมถึงสโมสรจากชาติเล็กๆ ในการแจ้งเกิดในเวที ยุโรป และ มีส่วนร่วมกับฟุตบอลถ้วยในระดับทวีปมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว ยังสร้างรายได้ให้กับยูฟ่า รวมถึงสโมสรต่างๆที่เข้าร่วมการแข่งขัน จากสปอนเซอร์หลายราย และที่สำคัญ ยังสามารถเพิ่มฐานแฟนบอลนอกประเทศได้อีกด้วย

อ้างอิง

https://th.wikipedia.org/wiki/ยูฟ่ายูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีก